บทที่ 5 กฏของการดื้อรั้น
รถเมอซีเดสสีดำค่อยเลี้ยวเข้ามาจดช้าๆตรงหน้าทางขึ้นบันไดของตัวบ้าน รอบบริเวณบ้านล้วนมีคนใส่ชุดสูทสีดำเดินวนรอบๆไปมาคอยตรวจตราความปลอดภัย ภายในบ้านเงียบกริบไร้ผู้คนมีเพียงดวงไฟสีส้มที่ซ่อนไว้แนบเนียนในผนัง เขารอให้ทอมเปิดประตูรถออกแล้วจึงก้าวลงไปช้าๆ ไอ้บลูโน่ที่ถูกจูงมาหากำลังส่ายหางสั้นๆของมันคล้ายกับดีใจที่คนเล่นบอลกับมันมาหา ส่งเสียงร้องงี๊ดง๊าดเบาๆ
"ไงหืม เหงาหรือเปล่า รอพรุ่งนี้แกจะได้เจอเจ้านายแกแล้ว"เขาตบหัวมันเบาๆก่อนจะเงยตัวขึ้นปลดเสื้อสูทออกส่งให้ทอม
"ให้ใครเอาลูกบอลมาหน่อย"ทอมพยักหน้าให้คนหนึ่งที่กำลังยืนตรงอยู่แถวนั้นไปเอามาให้ ใช้เวลาไม่นานก็ยื่นบอลมาส่งให้ อีริคผิวปากเบาให้ไอ้บลูโน่วิ่งตามหลังมา และใช้เวลาเล่นกับมันเกือบๆครึ่งชั่วโมง เสียงประตูด้านหน้าเลื่อนออกช้าๆ รถตู้คันเล็กค่อยคลานเข้ามาจอด
"เอาไปให้ในห้องด้านหลัง ส่งคนเข้าไปดูแลด้วย อ้อทอมให้เขาติดกันซักสามวัน ค่อยๆล่ะเดี๋ยวจะช๊อกตายไปเสียก่อน"อีริคโยนบอลครั้งสุดท้ายให้บลูโน่แล้วเดินกลับเข้าตัวตึก
"นายครับคิดดูดีๆอีกทีดีกว่า ผมว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป"อีริคหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้าทอมนิ่งๆ
"ฉันต้องการจะสั่งสอนคนที่ดื้อรั้น อย่ากลัวไปเลยฉันไม่คิดจะให้เขาติดริงๆอยู่แล้ว เคยเลี้ยงเสือหรือเปล่า"เขาย้อนถามทอม
"ไม่เคยครับ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคย"
"อืม นายดูสิ ในคณะละครสัตว์พวกเสือสิงโตพวกนั้นเคยเชื่องจริงๆหรือเปล่า คนบังคับจะต้องถือแส้ตลอดเวลา และต้องคอยระแวงว่าเมื่อไหร่ พวกนั้นจะกระโจนเข้าขย้ำ ต่างกัน ถ้าเราทำให้มันรู้ว่าใครเป็นนายมัน ใครเป้นจ่าฝูง มันก็จะเกรงกลัวเราตลอดไป ที่ฉันให้นายฉีดยาเข้าเส้นกับเจโลแค่สามวัน นั่นก็จะทำให้เขารับรู้และจดจำว่า ฉันจะทำลายชีวิตเขาเมื่อไหร่ก็ได้ และให้เขาได้เรียนรู้ว่าฉันคือนายของเขา เอาล่ะไปได้แล้ว เวลาฉีดก็ให้เกรย์คอยดูแลด้วยล่ะ"
"ครับนาย"ทอมมองตามหลังขออีริคที่เดินขึ้นบันไดชั้นสองด้วยความสงสัย ปรกติแล้วนายของเขาไม่เคยใส่ใจหรือลงมือด้วยตัวเอง มีแค่ออกคำสั่ง ยิ่งคนที่ไม่เชื่อฟังโทษถึงตายอย่างเดียวเท่านั้น แต่กับเจโลตำรวจสืบสวนกลางคนนี้ นายเขากลับใส่ใจทุกรายละเอียดเลยแฮะ"เขายักไหล่ เอาเถอะคำสั่งคือคำสั่งนี่ยังดีที่เป็นเขาถาม แต่ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงโดนยิงทิ้งไปแล้ว กฏของที่นี่คือปิดหูปิดตาและไม่มีสมองให้ตั้งคำถามครับ
อีริคอาบน้ำเสร็จใส่เพียงเสื้อคลุมตัวเดียวก่อนจะเดินไปรินวิสกี้ลงในแก้วแล้วเดินออกไปนอกระเบียง บ้านของเขาตั้งอยู่บนเขาสูง เบื้องหน้าคืออ่าวกว้างของเกาะฮ่องกง บรรยากาศยามค่ำคืนจึงมองเห็นแสงไฟที่บ้านเรือนแต่ละหลังเปิดเพื่อให้แสงสว่าง ในอ่าวในมีแสงไฟจากประภาคานส่องวนไปมาและจากเรือที่จอดเทียบท่า แสงกระพริบจากเครื่องบินที่กำลังขึ้นลงตรงสนามบิน เขาใช้สองแขนพาดลงบนราวระเบียงมองแสงไฟด้วยจิตใจที่ไม่ปลอดโปร่งเท่าไหร่นัก แกว่งแก้วไปมาช้าๆ เพื่อที่จะใช้เวลาคิดทบทวนเรื่องราวบางอย่างในใจ เมื่อรู้ว่าหาหนทางปลอดโเปร่งให้แก่จิตใจตนเองไม่ได้จึงได้แต่ถอนหายใจแล้วยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องไป เขาล้มตัวลงนอนยังไม่ทันจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงเคาะประตูด้วยความเกรงใจ
"เข้ามาสิ"เขาเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วขยับตัวนั่ง
"มีอะไร"
"ขอโทษครับคุณอีริค เกิดเรื่องขึ้นแล้วครับ"
"ว่า"
"ตอนนี้เจโลอาการไม่สู้ดี ดูเหมือนว่าจะแพ้ยาครับ"
"เวร หมอไม่ได้อยู่ด้วยหรือไง"เขาตวัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วผุดลุกขึ้นก้าวเท้ายาวลงไปด้านล่าง ตรงดิ่งไปยังห้องที่เขาสั่งขังเจโลเอาไว้
"ว่าไงเกรย์"
"คุณเขาแพ้ยาหนักมากครับ หายใจไม่ออกนี่ผมให้ออกซิเจนแล้วและฉีดยาคลายกล้ามเนื้อหัวใจ ต้องรอดูอาการอีกซักพัก ถ้าเอาไม่อยู่ก็เกิดหัวใจล้มเหลวแน่"
"ฉันบอกให้ใช้ยาบริสุทธิ์"เขาหันไปตวาดทอม
"ยาที่นายสั่งผมก็จัดตามนั้นครับ"ทอมรีบบอก
"คุณริคใจเย็นเถอะครับ ผมยืนยันว่านั่นคือเฮโรอีนบริสุทธิ์ร้อยเปอเซนต์แน่นอน แต่ดูเหมือนคุณเจโลเขาไม่สามารถรับยาได้ อีกอย่างผมมั่นใจว่าตอนที่ผมให้มอร์ฟีนก็ให้ในปริมาณน้อยมาเพียงแค่ลดความเจ็บปวดขณะเย็บแผลทำการรักษาเท่านั้น
"แล้วอาการหนักลงได้ยังไง"เขาเดินเข้าไปใกล้คนที่ครึ่งใบหน้าถูกครอบด้วยหน้ากาออกซิเจน กำลังหอบหายใจหนักด้วยความทรมาน ใบหน้าซีดขาวเหงื่อออกจนเต็มใบหน้า ทั้งเนื้อตัวยังกระตุกเป็นพักๆ
"ผมกำลังใส่น้ไเกลือเพื่อไล่ถอนพิษตกค้าง คืนนี้คงต้องมีคนคอยเฝ้าดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ"หมอเกรย์บอกถึงอาการ
"ดี หมอก็ไม่ต้องกลับอยู่เฝ้าเขาที่นี่แหละ ทอมนายให้คนของเรามาคอยช่วยหมอซักสองคนก็แล้วกัน"
"ครับนาย"อีริคสำรวจคนที่นอนอยู่แล้วก็หันหลังกลับเข้าตัวตึกไปทิ้งให้เกรย์กับทอมมองหน้ากันด้วยความสงสัย เขาทั้งสองคิดว่าอีริคคงจะปล่อยให้ตำรวจนายนี้ตายไปแล้วเสียด้วยซ้ำคาดไม่ถึงว่าจะให้เขารักษาอย่างเต็มที่
